หากพูดถึงสโมสรฟุตบอลที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากทีมระดับกลางสู่ยักษ์ใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกในศตวรรษที่ 21 Manchester City FC ย่อมเป็นชื่อแรก ๆ ที่แฟนบอลต้องนึกถึง แฟนบอลสายพรีเมียร์ลีกและสาย ข่าวสารฟุตบอล ทีเด็ดบอลโลก ต่างคุ้นเคยกับฉายา เรือใบสีฟ้า และโลโก้สีฟ้าอ่อนของทีมจากย่านอีสต์แมนเชสเตอร์แห่งนี้เป็นอย่างดี บทความนี้จะพาคุณเจาะลึก ประวัติสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ แบบเต็ม ตั้งแต่การก่อตั้งสโมสรในปี 1880 ในนาม St. Mark’s (West Gorton) ยุคบุกเบิกที่คว้า FA Cup ครั้งแรกในปี 1904 ยุคทองภายใต้ Joe Mercer ในทศวรรษ 1960–70 ยุคพลิกโฉมหลังการเข้าซื้อของ Sheikh Mansour ในปี 2008 ไปจนถึงความสำเร็จระดับโลกภายใต้ Pep Guardiola ที่พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ในปี 2023 และครองพรีเมียร์ลีก 4 สมัยติดต่อกัน
จุดเริ่มต้นของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ การก่อตั้งและยุคบุกเบิก (1880)
แมนเชสเตอร์ซิตี้ เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1880 เมื่อสมาชิกของโบสถ์ St. Mark’s Church ในย่าน West Gorton ฝั่งตะวันออกของเมืองแมนเชสเตอร์ ตัดสินใจก่อตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดปัญหาสังคมในชุมชนและสร้างกิจกรรมเชิงบวกให้กับเยาวชนในย่านนั้น พวกเขาใช้ชื่อแรกเริ่มว่า St. Mark’s (West Gorton) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Ardwick Association Football Club ในปี 1887 และเปลี่ยนเป็น Manchester City Football Club อย่างเป็นทางการในปี 1894 ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นในเวลาต่อมา ในยุคแรกลงเล่นในระดับท้องถิ่นของแมนเชสเตอร์ ใช้สนามถึง 5 แห่งระหว่างปี 1880–1887 ก่อนจะลงหลักปักฐานที่สนาม Hyde Road ตั้งแต่ปี 1887 และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของฟุตบอลลีกอังกฤษดิวิชั่น 2 ในปี 1892
การเติบโตในฟุตบอลอังกฤษยุคแรก ก่อนเข้าสู่พรีเมียร์ลีก
ก่อนการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992 แมนเชสเตอร์ซิตี้ใช้เวลาเกือบศตวรรษโลดแล่นในฟุตบอลลีกอังกฤษ โดยคว้า FA Cup สมัยแรก ในปี 1903–04 จากการเอาชนะ Bolton Wanderers ในนัดชิง กลายเป็นสโมสรแรกในเมืองแมนเชสเตอร์ที่คว้าถ้วยใหญ่ระดับชาติ หลังจากนั้นในปี 1923 หลังเหตุไฟไหม้สนาม Hyde Road สามปีก่อนหน้า สโมสรได้ย้ายไปใช้สนาม Maine Road ที่จุได้กว่า 84,000 ที่นั่ง ซึ่งเคยทำสถิติผู้ชมสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสรอังกฤษถึง 84,569 คน ในเกม FA Cup ปี 1934 ซิตี้คว้า แชมป์ดิวิชั่น 1 สมัยแรกในประวัติศาสตร์ ในฤดูกาล 1936–37 และคว้า FA Cup เพิ่มอีกในปี 1934 และ 1956 ก่อนจะตกอยู่ในยุคซบเซาช่วงปลายทศวรรษ 1980–90 ถึงขั้นตกชั้นไปเล่นในดิวิชั่นที่ 3 ของฟุตบอลอังกฤษในปี 1998 อย่างไรก็ตาม ซิตี้กลับสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2002 และได้กลายเป็นทีมประจำในลีกสูงสุด นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญใน สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์
ยุคทองแมนเชสเตอร์ซิตี้ ภายใต้ Joe Mercer (1968–1970)
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1960 สโมสรฟุตบอลแห่งอีสต์แมนเชสเตอร์ ก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งแรกอย่างแท้จริง หลังการแต่งตั้ง Joe Mercer เป็นผู้จัดการทีมในปี 1965 พร้อมกับผู้ช่วย Malcolm Allison นำโดยตำนานอย่าง Colin Bell, Mike Summerbee และ Francis Lee ซิตี้คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาลแรกของ Mercer ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่สองในประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1967–68 จากการเอาชนะ Newcastle 4–3 ในนัดสุดท้าย ภายในเวลาเพียง 6 ปี Mercer พาทีมคว้า FA Cup 1969, League Cup 1970 และ UEFA Cup Winners’ Cup 1970 จากการเอาชนะ Górnik Zabrze 2–1 ในกรุงเวียนนา ทำให้กลายเป็นสโมสรอังกฤษทีมที่สองที่คว้าแชมป์ระดับยุโรปและถ้วยในประเทศในฤดูกาลเดียว ยุคนี้จึงถูกจดจำว่าเป็นรากฐานสำคัญของสโมสร และมีรูปปั้น Colin Bell, Francis Lee, Mike Summerbee ตั้งอยู่หน้าสนาม Etihad Stadium จนถึงปัจจุบัน
ยุคใหม่แมนเชสเตอร์ซิตี้ Sheikh Mansour, Pep Guardiola และทริปเปิลแชมป์
จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ซิตี้เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2008 เมื่อ Sheikh Mansour bin Zayed Al Nahyan แห่งอาบูดาบี เข้าซื้อสโมสรผ่าน Abu Dhabi United Group ในราคา 210 ล้านปอนด์ และทุ่มเงินเสริมทัพจำนวนมหาศาล ซิตี้คว้า FA Cup ในปี 2011 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 44 ปีในปี 2012 จากประตูชัยช่วงทดเวลาของ Sergio Agüero ในเกมพบ QPR ก่อนจะคว้าแชมป์ลีกอีกในปี 2014 จุดเปลี่ยนต่อมาคือการแต่งตั้ง Pep Guardiola เป็นกุนซือในปี 2016 ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2018 ด้วยสถิติ 100 คะแนน ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกของอังกฤษที่คว้าโดเมสติกทริปเปิลแชมป์ในปี 2018–19 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2020–21 ถึง 2023–24 ที่สำคัญที่สุดในปี 2022–23 Pep พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ทวีปยุโรป ทั้งพรีเมียร์ลีก, FA Cup และ UEFA Champions League สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร จากการเอาชนะ Inter Milan 1–0 ในนัดชิงที่อิสตันบูล ตามด้วย FIFA Club World Cup สมัยแรกในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน
เอติฮัด สเตเดี้ยม สนามเหย้าสุดทันสมัยของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้
บ้านของ Man City ในยุคปัจจุบันคือ Etihad Stadium (เอติฮัด สเตเดี้ยม) สนามฟุตบอลทันสมัยทางฝั่งตะวันออกของเมืองแมนเชสเตอร์ เดิมชื่อ City of Manchester Stadium สร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขัน Commonwealth Games ปี 2002 ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นสนามฟุตบอลและกลายเป็นบ้านของซิตี้ตั้งแต่ปี 2003 แทนสนามเดิม Maine Road ที่ใช้มา 80 ปี สโมสรเปลี่ยนชื่อสนามเป็น Etihad Stadium ในปี 2011 หลังเซ็นสัญญาสปอนเซอร์กับสายการบิน Etihad Airways เมื่อซิตี้ลงเล่นในเกมเหย้า อัฒจันทร์จะเต็มไปด้วยแฟนบอลเสื้อสีฟ้าอ่อน บรรยากาศการเชียร์ที่ทันสมัยและจัดระเบียบ ทำให้ เอติฮัด สเตเดี้ยม ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสนามที่ทีมเยือนบุกมาเล่นได้ยากที่สุดของพรีเมียร์ลีก ปัจจุบันสนามจุได้ประมาณ 55,000 ที่นั่ง และอยู่ระหว่างการขยายอัฒจันทร์ฝั่ง North Stand ให้ความจุรวมเพิ่มเป็น 61,000 ที่นั่งภายในฤดูกาล 2025–26 พร้อมโรงแรม สำนักงาน และแฟนโซนใหม่ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป
ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของแมนเชสเตอร์ซิตี้ จาก Colin Bell ถึง Erling Haaland
ตลอดสโมสรนี้เป็นบ้านของนักเตะระดับตำนานมากมาย ทั้ง Bert Trautmann ผู้รักษาประตูตำนานยุค 1950, Colin Bell มิดฟิลด์ในตำนานยุคทองของ Joe Mercer, Francis Lee และ Mike Summerbee คู่หูแนวรุกในยุค 1970 ไปจนถึงสตาร์ยุค Sheikh Mansour อย่าง Sergio Agüero ผู้ทำประตูชัยอันโด่งดังในปี 2012, Yaya Touré, David Silva และ Vincent Kompany กัปตันในตำนานในยุคปัจจุบัน แฟนบอลทั่วโลกรู้จักซิตี้ผ่านชื่อของ Kevin De Bruyne มิดฟิลด์เพลย์เมกเกอร์ระดับโลกที่อยู่กับสโมสรกว่าทศวรรษ, Phil Foden อะคาเดมีบอยเจ้าของรางวัล Premier League Player of the Season 2023–24 รวมถึง Erling Haaland กองหน้านอร์เวย์เจ้าของสถิติทำประตูในพรีเมียร์ลีก และ Rodri มิดฟิลด์เจ้าของรางวัล Ballon d’Or 2024 นักเตะเหล่านี้ช่วยให้ Manchester City FC คว้าแชมป์อย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และสร้างฐานแฟนบอลจำนวนมากทั้งในยุโรป เอเชีย และทั่วโลก
เกียรติประวัติหลักของแมนเชสเตอร์ซิตี้
- แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ (First Division / Premier League) 10 สมัย (รวม 8 สมัยในยุคพรีเมียร์ลีก) แชมป์ FA Cup 7 สมัย แชมป์ EFL Cup 9 สมัย แชมป์ FA Community Shield 7 สมัย แชมป์ UEFA Champions League 1 สมัย (2022–23) แชมป์ UEFA Cup Winners’ Cup 1 สมัย (1969–70) แชมป์ UEFA Super Cup 1 สมัย (2023) แชมป์ FIFA Club World Cup 1 สมัย (2023) เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษที่คว้าโดเมสติกทริปเปิลแชมป์ (2018–19) และเป็นสโมสรอังกฤษที่สองที่คว้าทริปเปิลแชมป์ทวีปยุโรป (2022–23)
สรุป เรือใบสีฟ้าแห่งอังกฤษที่ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป
จากสโมสรเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งโดยโบสถ์ St. Mark’s ในปี 1880 วันนี้ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก และเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 21 ทั้งจากจำนวนแชมป์ลีกอังกฤษ แชมป์ UEFA Champions League และการเป็นสโมสรแรกของอังกฤษที่คว้าโดเมสติกทริปเปิลแชมป์ สิ่งที่ทำให้ ทริปเปิลแชมป์ ของซิตี้น่าจดจำ ไม่ใช่แค่จำนวนโทรฟี่ แต่คือวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งมั่นความเป็นมืออาชีพ ระบบอะคาเดมีระดับโลก การลงทุนในนักเตะระดับโลกควบคู่กับการพัฒนาเยาวชน และความผูกพันแน่นแฟ้นระหว่างทีมกับแฟนบอลที่เอติฮัด สเตเดี้ยม แชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้สโมสรจากอีสต์แมนเชสเตอร์ทีมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดโฟกัสของ ข่าวสารฟุตบอล ทีเด็ดบอลโลก และพร้อมลุ้นความสำเร็จบนเวทีอังกฤษและยุโรปต่อไปอีกยาวนาน




