ประวัติสโมสรเชลซี สิงห์บลูส์ ก่อตั้ง 1905 สู่แชมป์ UCL 2 สมัย

ประวัติสโมสรเชลซี (2)

ประวัติของ สโมสรฟุตบอลเชลซี เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1905 โดยนักธุรกิจชาวอังกฤษ Gus Mears ผู้ซื้อสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ มาตั้งแต่ปี 1904 เดิมที Mears ตั้งใจให้สนามแห่งนี้เป็นของสโมสรฟูแลม แต่เมื่อถูกปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจก่อตั้ง ประวัติสโมสรเชลซี ขึ้นเองภายในย่านเชลซี ฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน ชื่อสโมสรถูกพิจารณาหลายชื่อ ทั้ง Kensington FC, Stamford Bridge FC และ London FC ก่อนจะเคาะลงที่ Chelsea Football Club ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ สิงโตน้ำเงินคราม ในเวลาต่อมา ผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสรคือ John Tait Robertson นักเตะชาวสก็อตที่รับหน้าที่เป็นทั้งผู้เล่นและผู้จัดการทีม (player-manager) ในยุคแรกเริ่มต้นจากดิวิชั่น 2 ของฟุตบอลลีกอังกฤษ ก่อนจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดในปี 1907 และกลายเป็นหนึ่งในสโมสรขาประจำของกรุงลอนดอนตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20

การเติบโตในฟุตบอลอังกฤษยุคแรก ก่อนเข้าสู่พรีเมียร์ลีก

การเติบโตในฟุตบอลอังกฤษยุคแรก

ก่อนการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992 ฟุตบอลอังกฤษแบ่งเป็นฟุตบอลลีก 4 ระดับ สิงห์บลูส์ ใช้เวลาเกือบครึ่งศตวรรษสะสมประสบการณ์ในดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 จนสามารถคว้า แชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรก ในฤดูกาล 1954–55 ภายใต้การคุมทีมของ Ted Drake ซึ่งกลายเป็นถ้วยแชมป์ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากนั้นกลายเป็นทีมที่มีชื่อเสียงในฐานะสโมสรแห่งนครหลวง แต่ยังไม่สามารถครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องได้ การคว้าถ้วยเอฟเอ คัพสมัยแรกในปี 1970 และการได้สิทธิ์เล่นในถ้วยยุโรป คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสโมสรฟุตบอลอังกฤษทีมนี้ ก่อนที่เชลซีจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก เมื่อลีกถูกปฏิรูปใหม่ในปี 1992 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในประวัติสโมสร

ยุคทองสโมสรเชลซี แชมป์ยุโรปครั้งแรกและทศวรรษ 1970

ยุคทองเชลซี แชมป์ยุโรป

เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1970 สโมสรฟุตบอลแห่งลอนดอน ก้าวเข้าสู่ช่วงทองครั้งแรกอย่างแท้จริง นำโดยตำนานอย่าง Peter Osgood, Ron “Chopper” Harris และ Peter Bonetti ภายใต้การคุมทีมของ Dave Sexton เชลซีคว้าถ้วยเอฟเอ คัพสมัยแรกในปี 1970 จากการเอาชนะ Leeds United ในนัดชิง ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งในปีถัดมา ด้วยการคว้า UEFA Cup Winners’ Cup ฤดูกาล 1970–71 จากการเอาชนะ Real Madrid ในนัดชิง ทำให้ สิงโตน้ำเงินคราม กลายเป็นหนึ่งในสโมสรอังกฤษทีมแรก ๆ ที่คว้าแชมป์รายการระดับยุโรปได้สำเร็จ ยุคนี้จึงถูกจดจำว่าเป็นยุคที่ก้าวสู่เวทีนานาชาติ และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้สโมสรแห่งกรุงลอนดอนทีมนี้ได้รับการยอมรับในระดับโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ยุคใหม่เชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีกและความสำเร็จในศตวรรษที่ 21

ยุคใหม่เชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีก

จุดเปลี่ยนสำคัญของ แชมป์ UCL เชลซี ในศตวรรษที่ 21 เกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ Roman Abramovich มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเข้าซื้อสโมสรและทุ่มเงินเสริมทัพแบบไม่อั้น การมาถึงของ José Mourinho “The Special One” ในปี 2004 ทำให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 50 ปีในฤดูกาล 2004–05 และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษรวม 6 สมัย ในเวทียุโรป เชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรวม 2 สมัย โดยหนึ่งในฤดูกาลที่น่าจดจำที่สุดคือปี 2011–12 เมื่อทีมของ Roberto Di Matteo เอาชนะ Bayern Munich ด้วยการดวลจุดโทษที่ Allianz Arena คว้าแชมป์ยุโรปสูงสุดสมัยแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนจะทำซ้ำอีกครั้งในปี 2020–21 ภายใต้การคุมทีมของ Thomas Tuchel จากนั้นในปี 2025 กลายเป็นสโมสรแรกของยุโรปที่คว้าแชมป์ยูฟ่าครบทั้ง 4 รายการ และตามด้วยแชมป์ FIFA Club World Cup ฉบับ 32 ทีมครั้งแรกในปีเดียวกัน

สแตมฟอร์ด บริดจ์ สนามเหย้าในตำนานของสโมสรฟุตบอลเชลซี

สแตมฟอร์ด บริดจ์ สนามเหย้าในตำนานของสโมสรฟุตบอลเชลซี (2)

บ้านของ สโมสรเชลซี นับตั้งแต่ก่อตั้งคือสแตมฟอร์ด บริดจ์ (Stamford Bridge) สนามฟุตบอลในย่านฟูแลม ฝั่งตะวันตกของกรุงลอนดอน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 1877 หรือก่อนก่อตั้งสโมสรถึง 28 ปี เดิมเป็นสนามสำหรับการแข่งขันกรีฑาของ London Athletic Club และถือเป็นสนามเหย้าแห่งเดียวที่ใช้มาตลอด 120 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร เมื่อลงเล่นในเกมเหย้า อัฒจันทร์จะเต็มไปด้วยแฟนบอลเสื้อสีน้ำเงินเข้ม บรรยากาศการเชียร์ที่เร่าร้อนและหนักแน่น ทำให้ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในฟุตบอลอังกฤษ แม้ความจุเพียงประมาณ 40,000 ที่นั่งจะเล็กกว่าสโมสรยักษ์ใหญ่อื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก แต่ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างทีมกับแฟนบอลมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน

ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของเชลซี จาก Peter Osgood ถึง Cole Palmer ตลอด ประวัติสโมสรเชลซี สโมสรนี้เป็นบ้านของนักเตะระดับตำนานมากมาย ทั้ง Peter Osgood ดาวยิงเจ้าของฉายา “King of Stamford Bridge” แห่งยุค 1970, Ron Harris กัปตันผู้ถือสถิติลงสนามสูงสุด 795 นัด, Peter Bonetti ผู้รักษาประตูในตำนาน ไปจนถึงสตาร์ยุค Abramovich อย่าง John Terry, Frank Lampard เจ้าของสถิติทำประตูสูงสุด 211 ประตู และ Petr Čech ในยุคปัจจุบัน แฟนบอลทั่วโลกรู้จักผ่านชื่อของ Didier Drogba ผู้ทำประตูชัยในนัดชิง UCL 2012, Eden Hazard เจ้าของรางวัล PFA Player of the Year ปี 2015 รวมถึง Cole Palmer สตาร์ดาวรุ่งของยุคใหม่ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์ Conference League 2025 และ FIFA Club World Cup 2025 นักเตะเหล่านี้ช่วยให้ Chelsea FC คว้าแชมป์อย่างต่อเนื่องตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และสร้างฐานแฟนบอลจำนวนมหาศาลทั้งในยุโรป เอเชีย และทั่วโลก

เกียรติประวัติหลักของสโมสรเชลซี แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ (First Division / Premier League) 6 สมัย แชมป์เอฟเอ คัพ (FA Cup) 8 สมัย แชมป์อีเอฟแอล คัพ (EFL Cup) 5 สมัย แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย (2011–12, 2020–21) แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2 สมัย (2012–13, 2018–19) แชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 2 สมัย (1970–71, 1997–98) แชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก 1 สมัย (2024–25) แชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 2 สมัย (2021, 2025) และเป็นสโมสรแรกของยุโรปที่คว้าแชมป์รายการหลักของ UEFA ครบทั้ง 4 รายการ

สรุป สิงห์บลูส์แห่งลอนดอนที่ยังครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป

จากสโมสรเล็ก ๆ ที่ก่อตั้งในย่านฟูแลมเมื่อปี 1905 วันนี้ สโมสรเชลซี กลายเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ลีก และเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรปมากที่สุดแห่งหนึ่งของฟุตบอลอังกฤษ ทั้งจากจำนวนแชมป์พรีเมียร์ลีก แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย และการเป็นสโมสรแรกของยุโรปที่คว้าแชมป์ UEFA ครบทุกรายการ สิ่งที่ทำให้ แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก น่าจดจำ ไม่ใช่แค่จำนวนโทรฟี่ แต่คือวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งมั่นความเป็นมืออาชีพ การลงทุนในนักเตะดาวรุ่งควบคู่กับการเสริมทัพระดับโลก และความผูกพันแน่นแฟ้นระหว่างทีมกับแฟนบอลที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ แชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้สโมสรจากกรุงลอนดอนทีมนี้ยังคงเป็นหนึ่งในจุดโฟกัสของ ข่าวสารฟุตบอล ทีเด็ดบอลโลก และพร้อมลุ้นความสำเร็จบนเวทีอังกฤษและยุโรปต่อไปอีกยาวนาน

Back To Top