ในวงการลูกหนังยุโรป หากจะหาทีมที่มีเทคนิคเฉพาะตัวแพรวพราวและสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เสมอ “ทีมชาติโปรตุเกส“ (Portugal)หรือทัพ “ฝอยทอง” (Seleção das Quinas) คือชื่อที่ทุกคนนึกถึง พวกเขาคือทีมที่ผลิตนักเตะระดับบัลลงดอร์ออกมาประดับวงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างเฝ้าติดตาม ข่าวสารฟุตบอล ทีเด็ดบอลโลก ของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพื่อรอดูว่าชาติเล็กๆ ริมมหาสมุทรนี้จะสร้างเซอร์ไพรส์อะไรในเวทีระดับโลก วันนี้เราจะมาย้อนรอยเส้นทางประวัติศาสตร์และการตามล่าแชมป์โลกสมัยแรกของพวกเขากันครับ
1. เส้นทางในฟุตบอลโลก ทีมชาติโปรตุเกส ปฐมบทแห่งความยิ่งใหญ่กับ “เสือดำ” แห่งโมซัมบิก
แม้ปัจจุบันโปรตุเกสจะเป็นขาประจำในฟุตบอลโลก แต่ในอดีตพวกเขาไม่ใช่ทีมระดับหัวแถว จนกระทั่งการมาถึงของชายที่ชื่อว่า ยูเซบิโอ เจ้าของฉายา “เสือดำแห่งโมซัมบิก” ในยุคทศวรรษ 60 ที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าทีมไปตลอดกาล
ฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษ
นี่คือทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดที่แท้จริงของโปรตุเกส ยูเซบิโอระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 9 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด พาทีมพลิกนรกชนะเกาหลีเหนือ 5-3 และก้าวไปคว้า อันดับ 3 ของโลกได้สำเร็จ ซึ่งนั่นยังคงเป็นผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของโปรตุเกสจวบจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่ทีมจะเข้าสู่ยุคซบเซาและห่างหายจากเวทีโลกไปนานหลายสิบปี
2. ยุคทองยุคใหม่ การนำทัพของ “CR7” และแชมป์ประวัติศาสตร์
หลังจากยุค 2000 โปรตุเกสกลับมาผงาดอีกครั้งด้วย “Golden Generation” รุ่นแรก (ฟิโก้, รุย คอสต้า) แต่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมจริงๆ เกิดขึ้นในยุคของชายผู้ทำลายทุกสถิติอย่าง โรนัลโด้
แชมป์แรกที่รอคอย (Euro 2016)
แม้จะยังไปไม่ถึงฝั่งฝันในบอลโลก แต่โปรตุเกสก็ปลดล็อกความกดดันได้สำเร็จในศึกยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส แม้โรนัลโด้จะเจ็บจนต้องถูกหามออกในนัดชิง แต่เพื่อนร่วมทีมก็รวมพลังกันปราบเจ้าภาพ คว้าแชมป์เมเจอร์แรกในประวัติศาสตร์ชาติมาครองได้สำเร็จ เป็นการประกาศศักดาว่าพวกเขาก็เป็นแชมป์ได้ ไม่ใช่แค่ราชาไร้บัลลังก์อีกต่อไป
3. เดิมพันครั้งสำคัญ ฝอยทองผลัดใบ กับเป้าหมายแชมป์โลก 2026
ในฟุตบอลโลก 2026 ที่จะถึงนี้ โปรตุเกสถูกจับตามองในฐานะทีมที่มีขุมกำลัง “สมบูรณ์แบบที่สุด” ทีมหนึ่งของโลก แม้จะอยู่ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านจากยุคโรนัลโด้ แต่สิ่งที่พวกเขามีคือน่ากลัวกว่าเดิม:
- ขุมกำลังระดับพระกาฬทุกตำแหน่ง: โปรตุเกสยุคนี้ไม่ได้พึ่งพา คริสเตียโน โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) ที่ปัจจุบันเล่นให้กับทีม Al Nassr FC ของลีก Saudi Pro League แต่แกนหลักนำโดยจอมทัพระดับโลกอย่าง บรูโน่ แฟร์นันเดส และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ผสานกับความจี๊ดจ๊าดของ ราฟาเอล เลเอา ทำให้เกมรุกของพวกเขามีมิติหลากหลายที่สุดในยุโรป
- เกมรับที่แข็งแกร่งดั่งหินผา: การมี รูเบน ดิอาส บัญชาการเกมรับ ทำให้หลังบ้านโปรตุเกสแน่นปึ้ก ยากที่จะเจาะเข้า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้รักษาประตูจอมหนึบอย่าง ดิโอโก้ คอสต้า ที่พร้อมเซฟลูกยากๆ เสมอ
- แทคติกยุคใหม่ (Roberto Martinez): ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ โปรตุเกสเน้นเกมรุกที่ดุดันและครองบอลเหนียวแน่น เป้าหมายเดียวของพวกเขาในปี 2026 คือการพาทัพฝอยทองก้าวไปแตะถ้วยแชมป์โลกสมัยแรกให้ได้ เพื่อปิดฉากยุคสมัยของตำนานอย่างสมบูรณ์แบบ


