ถ้าต้องเลือกทีมฟุตบอลที่มี “คลาส” และความสำเร็จควบคู่กันมากที่สุดในศตวรรษที่ 21 ชื่อของ ทีมชาติฝรั่งเศส หรือพลพรรค “เลส์ เบลอส์” (Les Bleus) จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ แน่นอน จากอดีตที่เคยเป็นเพียงทีมไม้ประดับที่เล่นบอลสวยงาม ปัจจุบันพวกเขากลายเป็น “นักล่าถ้วยรางวัล” ที่น่าเกรงขาม และเป็นทีมที่แฟนบอลติดตาม ข่าวสารฟุตบอล ทีเด็ดบอลโลก มากที่สุดทีมหนึ่ง เพราะทุกครั้งที่ฝรั่งเศสลงสนาม นั่นหมายถึงความมันส์ระดับ 5 ดาว วันนี้เราจะไปดูเส้นทางประวัติศาสตร์ของทัพตราไก่ในเวทีโลกกันครับ
1. เส้นทางในฟุตบอลโลก: จากศิลปะลูกหนัง สู่จุดเปลี่ยนปี 1998
ในยุคก่อนทศวรรษ 90 ฝรั่งเศสขึ้นชื่อเรื่องการเล่นฟุตบอลที่สวยงามราวกับงานศิลปะ โดยเฉพาะในยุค 80 ของ มิเชล พลาตินี่ เจ้าของฉายา “นโปเลียนลูกหนัง” ที่พาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ถึง 2 ครั้ง (1982, 1986) แต่ก็ไปไม่ถึงดวงดาว ต้องอกหักกลับบ้านมือเปล่า จนหลายคนตราหน้าว่าเป็น “ราชาไร้บัลลังก์”
จุดกำเนิดยุคทอง (Golden Era)
จุดเปลี่ยนที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อฝรั่งเศสได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 1998 การก้าวขึ้นมาของเพลย์เมกเกอร์หัวไข่ดาวอย่าง ซีเนดีน ซีดาน ได้เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศสไปตลอดกาล จากทีมที่เล่นสวยงามแต่เปราะบาง กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งดั่งหินผาและเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ
2. ทำเนียบแชมป์โลก: 2 ดาวบนหน้าอก กับความยิ่งใหญ่ที่โลกจารึก
ฝรั่งเศสพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเขาคือของจริง ด้วยการคว้าแชมป์โลกมาครองได้ถึง 2 สมัย ในช่วงเวลาห่างกัน 20 ปีพอดี
ปาฏิหาริย์ที่ปารีส (World Cup 1998)
นัดชิงชนะเลิศที่ สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ฝรั่งเศสสร้างปรากฏการณ์ช็อกโลกด้วยการถล่ม “แซมบ้า” บราซิล ที่นำโดยโรนัลโด้ ไปขาดลอย 3-0 จากการโขกของ ซีดาน 2 ลูก และประตูตอกฝาโลงของ เปอตีต์ ทำให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในบ้านตัวเองอย่างยิ่งใหญ่
จ้าวยุทธจักรที่รัสเซีย (World Cup 2018)
20 ปีต่อมา ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ (กัปตันชุดแชมป์ปี 98) ฝรั่งเศสกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งด้วยขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่นำโดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ พวกเขาปราบโครเอเชียในนัดชิง 4-2 คว้าดาวดวงที่ 2 มาประดับอกเสื้อ พร้อมประกาศศักดาว่าเป็นมหาอำนาจลูกหนังยุคใหม่อย่างแท้จริง
3. เดิมพันครั้งใหม่: จักรพรรดิเอ็มบัปเป้ กับเป้าหมายแชมป์โลก 2026
ในฟุตบอลโลก 2026 ฝรั่งเศสยังคงถูกยกให้เป็น “เต็ง 1” อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วและความพร้อมในทุกขุมกำลัง:
- เดอะ แบกแห่งยุคสมัย: ปฏิเสธไม่ได้ว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ (Kylian Mbappé) ที่เป็นกองหน้าของราชันชุดขาวในปัจจุบัน ในวัยพีค คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในโลกฟุตบอล ความเร็วและความคมของเขาคือฝันร้ายของกองหลังทุกชาติ และเขากระหายที่จะพาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกอีกครั้งเพื่อสร้างตำนานส่วนตัว
- ขุมกำลังที่ทดแทนกันได้ไร้รอยต่อ: จุดเด่นของฝรั่งเศสคือการผลิตนักเตะพรสวรรค์ออกมาไม่ขาดสาย ในตำแหน่งกองหลังและกองกลาง พวกเขามีตัวเลือกท็อปคลาสอย่าง วิลเลียม ซาลิบา, ออเรลิยง ชูอาเมนี่ และ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า ที่พร้อมลงเล่นและเปลี่ยนเกมได้ทันที
- ประสบการณ์ในเวทีใหญ่: ฝรั่งเศสชุดนี้เต็มไปด้วยนักเตะที่ “รู้วิธีเข้ารอบชิง” (เข้าชิง 2 ครั้งล่าสุด 2018, 2022) ความเขี้ยวและประสบการณ์ในการจัดการความกดดันในเกมระดับสูง คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบทีมคู่แข่งอย่างมหาศาล


